วันพฤหัสที่ 18 สิงหาคม 2548
เวลาราวๆ 20.00 น.
ผมนั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ภาพที่ผมเห็นถูกบดบังด้วยหยดน้ำมากมายที่สาดลงจากฟากฟ้า
ผมมองดูสายฝนที่เทลงมาเรื่อยๆราวกับจะไม่หยุดอีกแล้ว
เมื่อเสียงเพลง I'll Take The Rain ของวง R.E.M ดังขึ้นจากวิทยุ
เกิดความรู้สึกบางอย่างที่หมุนวนอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ
ผมเริ่มคิดได้ว่า
เมื่อยามฝนพรำนั้น
อยากมอง... ก็ได้เพียงแค่มอง
อยากได้ยินเสียง... ก็ได้เพียงแค่ฟัง
อยากสัมผัส... ก็ไหลผ่านมือไป
อยากได้ยินเสียง... ก็ได้เพียงแค่ฟัง
อยากสัมผัส... ก็ไหลผ่านมือไป
อยากเก็บเอาไว้... ก็กลายเป็นแค่น้ำทั่วไป
ผมชอบบรรยากาศเวลาสายฝนโปรยปรายลงมาทั่ว
ผมชอบทำนองเสียงน้ำฝนกระทบใบไม้
ผมชอบทำนองเสียงน้ำฝนกระทบใบไม้
เสียงซ่าซ่าของน้ำฝนที่หยดลงบนหลังคาบ้านผม
ทำนองของธรรมชาติที่น่ารำคาญในความคิดของหลายๆคนนี้
ฟังดูราวกับบทเพลงอันบรรเจิดที่ก้องอยู่รอบเราตลอดเวลา
แต่สายฝน...
บังคับไม่ได้ บงการไม่ได้...
ได้แต่เฝ้ารอ...ให้โปรยปรายลงมาเอง
บังคับไม่ได้ บงการไม่ได้...
ได้แต่เฝ้ารอ...ให้โปรยปรายลงมาเอง
เมื่อถึงเวลานั้น ก็ทำได้แค่เก็บความสุขในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ตัวเองต้องการให้เพียงพอ
I used to think
As birds take wing
They sing through life, so why can't we?
We cling to this, and claim the best
If this is what you're offering
I'll take the rain, I'll take the rain..
I'll take the rain..
As birds take wing
They sing through life, so why can't we?
We cling to this, and claim the best
If this is what you're offering
I'll take the rain, I'll take the rain..
I'll take the rain..